การฝึกจิตให้เป็นสมาธิ
      หลังจากรู้ตัวทั่วพร้อมเสร็จ 5 ครั้งแล้ว คราวนี้เราจะเริ่มกำหนดจิตรู้ว่าตัวเรากำลังจะเริ่มฝึกจิตให้เป็นสมาธิให้กำหนดจิตเหมือนพูดในใจ ดังนี้
ขั้นตอนเตรียมตัวเริ่มจากกล่าว ขอขมาพระรัตนตรัย

      หากข้าพระพุทธเจ้าได้ประมาทพลาดพลั้งล่วงเกินต่อพระรัตนตรัย อันมีพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม และพระอริยสงฆ์ทั้งหลายในชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ด้วยทางกายหรือวาจาก็ดี และด้วยเจตนาหรือไม่มีเจตนาก็ดี รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ดี

      ขอองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระธรรม พระอริยสงฆ์ทั้งหลาย และผู้มีพระคุณทุกท่าน ได้โปรดลดโทษให้แก่ข้าพระพุทธเจ้าตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ตราบเท้าเข้าสู่พระนิพพานด้วยเทอญ…“

      ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย คุณงามความดีใดๆ คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ เป็นแรงส่งเสริมเกื้อหนุนให้ การฝึกจิตให้เป็นสมาธิในครั้งนี้ และครั้งต่อๆ ไป เป็นไปด้วยดีเถิด เป็นไปด้วยดีเถิด เป็นไปด้วยดีเถิด

 

ขั้นตอนที่ 1 (บังคับลม)

      เริ่มต้นสูดลมหายใจเข้าแบบช้าที่สุดเท่าที่จะช้าได้ อัดลมเข้าให้สุด ขณะที่สูดลมเข้าให้ นับเลขในใจไปพร้อมๆกับลมที่เข้า 1 2 3 4 5 6 7 8 9 นับถึง 9 สุดกลั้นพอดี กลั้นหายใจ 1 วินาที และ ปล่อยลมออก ปล่อยแบบช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ และ นับเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 นับถึง 9 ลมหมด พอดี

      ( ขั้นตอนนี้ให้ทำแบบบังคับลม )
หากรู้สึกอึดอัด ค่อยๆ ปล่อยไม่ได้ ก็ปล่อยลม ทั้งหมดออกเลยแล้วเริ่มสูดหายใจเข้าใหม่แบบช้าๆ และนับเลขไปด้วย 1 2 3 4 5 6 7 8 9 นับถึง 9 สุดกลั้นพอดี กลั้นหายใจ 1 วินาที และปล่อยลมออก ปล่อยแบบช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนับเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 นับถึง 9 ลมหมด พอดี ทำซ้ำแบบนี้ จนกว่าจะสามารถบังคับลมในการปล่อยให้ออกช้า และนับเลขตามได้

      เมื่อสามารถบังคับลมให้ ไหลเข้าออกแบบช้าๆ และนับเลข เข้า 9 ออก 9 ได้ แล้ว จิตจะเริ่มนิ่ง เป็นสมาธิอย่างรวดเร็วจะรู้สึก นิ่งขึ้น สบายขึ้น หากจิตใจ คิดวอกแวก เผลอคิดอะไร ก้ ให้ กลับมาดูที่ลมเข้าออก และนับเลขตามอย่างมุ่งมั่นจนกว่าจะนับเลข พร้อมสูดลมเข้า และออกได้อย่างชำนาญ และคงตัวไม่วอกแวก “ กำหนดจิตรู้ที่ตา มองตรงไปในความมืด กำหนดรู้ที่ลม และเลขให้สงบ ”

      วิธีการนี้ จะเป็นวิธีการที่ง่ายและรวดเร็วในการฝึกสมาธิให้เป็นฌาน จิตจะโฟกัส ที่การเคลื่อนไหวของลมและตัวเลข ไม่สอดส่ายส่งออกไปข้างนอกจิตจะมาจับอยู่ที่ ตัวเลข รู้ว่า กำลังเพิ่ม เกือบถึง 9 แล้ว และจิตก็จะจับอยู่ที่ลม ว่ากำลังเพิ่ม กำลังจะสุดกันแล้ว ทำให้รวบรวมเป็นสมาธิได้ง่าย

 

ขั้นตอนที่ 2 (กำหนดรู้ร่างกาย)

      เป็นการกำหนดละเอียดมากขึ้นอีกระดับ กำหนดรู้ความเคลื่อนไหวของร่างกายตามลมที่สูดเข้า ตามดูรู้ว่าขณะสูดลมเข้า ไหล่มีอาการยกขึ้น หน้าอก ยกขึ้น ท้องป่องรึยุบ มีการขยับอย่างไร เอาจิตกำหนดรับรู้ แค่รับรู้ตามลม ไปพร้อมๆ กับการนับเลข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 ทั้งเข้าและออก

      เมื่อกำหนดบังคับลมไปเรื่อยๆ ถ้าเริ่มรู้สึกว่า นับเลขเริ่ม ไม่ถึง 9 นับแล้ว หลุดลืมนับบ้าง หรือหลุดไปคิดเรื่องอื่นบ้าง แสดงว่าจิตเริ่มเป็นสมาธิมากขึ้น ให้ทำขั้นตอนถัดไปได้เลย

      ขั้นตอนนี้ “ จิตจะเริ่ม เสพความสงบสงัด ” อาจมี แสงสีวูปวาบ ปรากฏ ตัวเอนน้ำตาไหล แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน บางคนปรากฏ บางคนไม่ปรากฏ ไม่ต้องสนใจ แค่กำหนดรู้มีว่าเห็น และกลับมาที่ลม และเลขไปเรื่อยๆ ไม่ต้องปรุงแต่ง…ว่า แสงอะไร สีอะไร สวยไม่สวย ชอบไม่ชอบ แค่รู้และไม่ปรุงแต่ง รู้แล้วผ่านไป… กำหนดจิตที่ ลม และ เลขเหมือนเดิม

 

ขั้นนตอนที่ 3 ( ปล่อยสัมผัส )

      ขั้นตอนนี้ จิตจะเริ่มเข้าสู่สมาธิมากขึ้นนิ่งขึ้น ลมที่สูดเข้าจะสั้นลง การนับจะนับไม่ถึง 9 ไม่ต้องตกใจ ลมเข้าจะสั้นลงเรื่อยๆก็สุด ลมออก ก็ สั้นลง แล้วสุดเร็วขึ้น บางครั้ง นับเข้า ได้ 7 นับออกได้ 5 บางครั้ง นับเข้า 9 นับออก 7 บางครั้งนับเข้า 5 นับออก 5 ปล่อยไปตามที่นับได้ ร่างกายจะนิ่ง การขยับของไหล่ หน้าอก หน้าท้อง จะลดลง แผ่วเบา เคลื่อนช้าๆตามจังหวะลม จิตก็ยังกำหนดการนับเลข และกำหนดรู้ลมเข้าออกไว้ตลอดเวลา

      แต่ขั้นตอนนี้ ไม่ต้องบังคับลมอีกต่อไป ปล่อยให้ลมเข้าและออก ตาม ธรรมชาติ รู้สึกอย่างไร สัมผัสอย่างไร ปล่อยการรับรู้ตามธรรมชาติ ลมที่เข้า และเลขที่นับจะค่อยๆลดลงเรื่อยๆ สูดลมเข้ารวดเดียวก็เต็ม ปล่อยออก รวดเดียวก็สุด

      ลมจะแผ่วเบาลงเรื่อยๆ ความสุขจะเกิดขึ้น ความอิ่มใจจะเกิดขึ้น ให้ กำหนดจิตรับรู้ แค่กำหนดรู้ ถึงความสุข ความสงบสงัด แค่รู้ไม่ปรุงแต่ง และ พาจิตกำหนดลม และเลขอย่างต่อเนื่องจนลมเข้านับได้แค่ 1 ลมออก นับได้ 1

ขั้นตอนที่ 4 (เข้าสู่ฌาณ)

      เมื่อถึงขั้นตอนนนี้ จิตจะมีความสงบและสงัด นิ่งดิ่งลึกลงไป จิตมีพลังสมาธิมากลมหายใจจะแผ่วเบา ลงเรื่อยๆ ให้ กำหนด รู้ เป็น “หายใจเข้า” “ หายใจออก ” ไม่ต้องนับเลขอีกต่อไป ให้กำหนดจิตตามดูลมที่กำลังผ่านเข้าออกปลายจมูก และกำหนดรู้ตามว่าหายใจเข้า หายใจออก

      ลมจะค่อยๆแผ่วเบา สั้นลง และมีการเข้าออกเร็วขึ้น แผ่วเบาจนอาจไม่รู้สึกว่ามีลมเข้า หรือลมออก มีอาการนิ่ง ดิ่งสงบสงัด เป็นสมาธิ ถ้าไม่รู้สึกถึงลมเข้าออกก็ไม่ต้องตกใจ ก็กำหนดรู้ว่า นิ่งหนอ… นิ่งหนอ… เมื่อลมกลับมาก็กำหนด หายใจเข้า… หายใจออก…ไปเรื่อยๆ จิตจะเป็นสมาธิ

      มีความรู้สึกสบาย เอิบอิ่ม บางครั้งอาจรู้สึก ขนลุก ขนพอง ซาบซ่าน แผ่ซ่านไปทั้งตัว ก็แค่กำหนดรู้ แค่รู้อย่าปรุงแต่ง ปล่อยจิตตามดู ตามรู้ไปเรื่อยๆ บางท่านจะมีอาการคล้ายๆ อาการเคลิ้มหลับ อาการวูปคล้ายตกจากที่สูง ก็ปล่อยจิตติดตามรู้ ฟุ้งไป ตามดูตามไปด้วยจิตแค่รู้ไม่ปรุงแต่ง

      “ เทคนิคที่แนะนำนี้เป็นวิธีการี่ง่ายและเร็วมากในการฝึกสมาธิให้เข้าฌาน ” อยากให้ทุกท่าน ศึกษาหมวด อารมณ์ของ ฌานแต่ละระดับไปด้วย เพื่อความเข้าใจที่ละเอียดมากขึ้น และฝึกฝนการเข้าออกฌานให้ชำนสญและรวดเร็ว และฝึกทรงอารมฌานให้ได้นานขึ้นเรื่อยๆ

      จาก 30 นาที เป็น 1 ชั่วโมง จาก 1 ชั่วโมงเป็น 2 โมง การทรงฌานได้นั้น อารมใน ฌาญ จะรู้สึกว่า เหมือน แป๊บเดียว แต่พอออกจากสมาธิมาแล้ว ลองดูนาฬิกา ท่านจะตกใจว่า นี่ เวลา ผ่านมาขนาดนี้แล้วรึนี่ แบบนี้ เรียกว่า เข้าฌาน ได้ แล้วครับ

      ในที่นี้จะสอนถึงเพียงระดับจิตในฌาน จะไม่สอนถึงวิปัสสนาญาณ เพื่อให้ง่ายในการปฏิบัติ หากท่านใดที่สามารถปฏิบัติตามได้ถึงจุดนี้แล้ว ต้องการฝึกฝนต่อสามารถติดต่อขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ครับ